“เรืองไกร”ผุดรูปคู่เบนซ์หรูป้ายแดง “กระจาย”ผู้ใหญ่ใจดีมอบเงินซื้อรถยนต์ใหม่ “เผย” ซื้อตอนครบ 1 เดือนนั่งเก้าอี้ กมธนาคารงบประมาณโควต้าพปชราชการ แจง คนมอบเงินใหญ่มากยิ่งกว่า “บิ๊กป้อม” ท้าทาย ป.ป.ช.-นักการเมืองตรวจตรา

ช่วงวันที่ 18 เดือนกรกฎาคม นักข่าวรายงาน ว่า เฟสบุ๊ก เรืองไกงไกร สื่อใดใด โพสต์รูปนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คู่รถยนต์เมอร์ซิเดสเบนซ์ โดยมีข้อความกล่าวว่า ผู้ใหญ่ใจดีมอบเงินซื้อรถยนต์ใหม่ เอาไว้ใช้ตามใจที่อยากได้ S 560 ป้ายแดงเลข 8807 หวยที่ออกก็ตรงด้วย 555

ดังนี้นักข่าวแถลงการณ์ว่า นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตวุฒิสมาชิก (ส.ว.) ได้ย้ายไปมีรายชื่อมีในคณะกรรมาธิการ (กมธนาคาร) วิสามัญพิจารณาเรียนรู้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในสัดส่วนของพรรคพลังประชาชนเมือง (พปชราชการ) เมื่อต้นเดือนเดือนมิถุนายนก่อนหน้านี้

โดยนายเรืองไกร ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณีโพสต์เฟสบุ๊กรูปคู่รถยนต์เมอร์ซิเดสเบนซ์ว่า ซื้อเมื่อวันที่ 1 เดือนกรกฎาคมก่อนหน้านี้และก็เคยขับขี่รถคันดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นไปที่ประชุมฯมาแล้ว ซึ่งนับว่าครบรอบ 1 เดือนภายหลังที่ได้นั่งเก้าอี้คณะกรรมาธิการ (กมธนาคาร) วิสามัญพิจารณาเรียนรู้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ในสัดส่วนของพรรค พปชราชการ

นักข่าวถามคำถามว่าผู้ใหญ่ใจดีใช่คนภายในพรรคพปชราชการหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า ผู้ใหญ่คนมีชื่อเสียงกล่าวใหญ่มากยิ่งกว่า นายขวา ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชะ นายกรัฐมนตรีและก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ใหญ่มากยิ่งกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์ทอง รองนายกรัฐมนตรี และก็หัวหน้าพรรคพปชราชการ เป็นผู้ที่ตนกลัวมากกว่าคนอื่นๆ ส่วนที่โพสต์เฟสบุ๊กวันนี้เพราะว่าหวยออกเลขนี้และก็แม่บ้านมาบอกตนว่า ซื้อตามมาทุกงวดแต่งวดนี้ไม่ตามเสียดาย แล้วเพราะไม่ได้โพสต์มานานก็เลยโพสต์สักทีว่ารถยนต์ป้ายแดงออกหวย แต่เดี๋ยวคนก็จำเป็นต้องถามออกหวยและก็รถยนต์มายังไง ก็เลยกล่าวว่ารถยนต์คันนี้ผู้ใหญ่ใจดีมอบเงินซื้อมา

นายเรืองไกร กล่าวว่า รถยนต์คันนี้หลักฐานทั้งหมดทุกอย่างถูกหมดแล้วตนเป็นนักการเมืองก็จำเป็นต้องแจงคณะกรรมการปกป้องและก็ล้มล้างการโกงแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แหล่งที่มาอยู่แล้วไม่จำเป็นที่จะต้องห่วงคลีนมากๆแม้ว่าจะเป็นรถยนต์สีดำแต่คลีนสะอาดบริสุทธิ์ไม่มีเกี่ยวกับเรื่องวิ่งเต้นขอย้ายข้างและก็ได้เงินรางวัลมามันไม่ใช่นิสัย ถ้าเกิดมาบอกว่าให้ตนจะไม่เอาและไม่ทำให้ด้วยเพราะว่าตนจะขาดความเป็นอิสระ เมื่อถึงเวลาแจงป.ป.ช.จะกล่าวว่าได้เงินคนใดกันแน่มา ส่วนถ้าเกิดป.ป.ช.จะตรวจตราชวน นักการเมืองใครสงสัยชวน