นายเดชา ประธานโครงข่ายทนายความคลายทุกข์ เปิดเผยการนำคลิปปกคลุมหัวผู้ต้องหามาเปิดเผยทำให้ผู้ร้ายหนีได้บางทีอาจส่งผลเสียหายต่อกระบวนการหยุดธรรม ด้านทนายความตั้มเปิดเผย มีคนนำคลิปดังกล่าวข้างต้นไปตบทรัพย์สมบัติ ผู้กำกับการโจ้ หวั่นตำรวจผู้ส่งคลิปให้จะไม่ปลอดภัย

จากกรณี พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6 มีคำบัญชาให้ พ.ต.อ.ธิติเตียนสรรค์ อุทธนผล หรือผู้กำกับโจ้ ผู้กำกับการสภ.เมืองนครสวรรค์ ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.6 เกิดขึ้นข้างหลังถูกร้องเรียนว่าเรียกรับผลประโยชน์จากสามี-ภรรยาผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่เป็นเงินปริมาณ 2 ล้านบาท แต่ผู้ต้องหาไม่ยินยอมเนื่องจากจ่ายได้แค่ 1 ล้านแค่นั้น จึงถูก ผู้กำกับการนายดังกล่าวข้างต้นใช้ถุงสีดำปกคลุมหัวจนถึงส่งผลให้ขาดอากาศหายใจและก็เสียชีวิตในที่สุด

ถัดมาทนายความชื่อดัง “ษิทรา เบี้ยมีขึ้น” เปิดเผยวิดีโอคลิปกำหนด “ผู้กำกับโจ้” ใช้ถุงปกคลุมหัวไถเงิน 2 ล้านฆ่าพ่อค้ายา กำหนดได้มาจากตำรวจชั้นผู้น้อย ฝากมอบแก่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้ช่วยตามคดีนี้ก่อนที่จะพวกตนจะถูกฆ่าตาย

ล่าสุดศาลออกหมายจับ 7 ตำรวจในคลิปสุดโหดถุงปกคลุมหัวไถเงินพ่อค้ายาบ้า เปิดเผยรวบได้แล้ว 4 นายขณะพักอยู่ใน สภ.อ.เมืองนครสวรรค์ ผู้กำกับการโจ้กับลูกน้องอีก 2 ยังหลบซ่อน ซึ่งสอดคล้องกับที่วันนี้ (25 เดือนสิงหาคม) นายเดชา คำเลื่องลือวิทยาความบันเทิง ประธานโครงข่ายทนายความคลายทุกข์ ได้ออกมาโพสต์ใจความลงในเพจ “ทนายความคลายทุกข์” ว่า

“การนำคลิปคดีตำรวจคุมหัวผู้ต้องหาจนถึงขาดอากาศมาเปิดเผยจนถึงทำให้ผู้ร้ายหลบซ่อนไป ไม่สามารถจับตัวได้นำไปสู่ความเสื่อมโทรมในกระบวนการยุติธรรมมหาศาล”

แม้กระนั้น กลับได้มาพบว่ามีชาวเน็ตจำนวนไม่ใช่น้อยเข้ามาร่วมให้ความเห็นในโพสต์ของนายเดชา ซึ่งจำนวนมากไม่เห็นพ้อง และก็มองว่าการที่มีการนำคลิปมาเปิดเผยนั้นเกิดเรื่องที่ถูก ควรนำเรื่องไม่ดีมาเผย ไม่ใช่ปิดเงียบไว้ บ้างก็กล่าวว่า ถ้าเกิดไม่นำคลิปมาเปิดเผยก็อาจจะลงทัณฑ์แค่ย้ายและก็กลับมากระทำผิดต่อ

นอกเหนือจากนั้นพบว่า วันนี้ (25 เดือนสิงหาคม) เฟซบุ๊ก “ษิทรา เบี้ยมีขึ้น เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายความราษฎรฯ” ได้ออกมาโพสต์ภาพแชตที่กล่าวถึงว่าเป็นการพูดคุยกับตำรวจชั้นผู้น้อยที่มาวิงวอนตัวเองให้เปิดเผยคลิปโหดของ ผู้กำกับการโจ้ ซึ่งนายตำรวจรายนี้ได้เปิดเผยว่าได้นำคลิปนี้ไปให้บุคคลท่านหนึ่งก่อนจะมาถึงทนายความษิทรา แต่บุคคลท่านนั้นได้นำคลิปไปแบล็กเมล์ ผู้กำกับการโจ้เพื่อเรียกเงิน ซึ่งทนายความษิทราได้กำหนดใจความว่า

“”เชื่อไหมนะครับทุกคน ก่อนหน้าที่คลิปใกล้จะถึงมือผม ตำรวจขั้นผู้น้อยแต่ใจใหญ่ คนที่หมดหวังและก็อยากได้ความยุติธรรมให้กับผู้ต้องหาที่ถูกฆาตกรรมอย่างใจร้าย ได้ส่งคลิปนี้ให้คนคนหนึ่ง แต่คนที่ได้รับคลิปกลับนำไปเรียกขอผลประโยชน์กับฆาตกร ผมเห็นคนสรรเสริญเขาเยอะมากว่าใจกล้า ยอดเยี่ยม แต่ความเป็นจริงมันเป็นอย่างงี้ ดูแล้วพิจารณาคุ้นเคยครับ”

นอกเหนือจากนั้น ยังพบว่า นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานโครงข่ายรณรงค์ทวงคืนความชอบธรรมในสังคม ได้ออกมาโพสต์ใจความลงในเฟซบุ๊ก “รณณรงค์ แก้วเพ็ชร์” กำหนดใจความว่า

“ในความหิวแสงสว่างยังมีความหิวเงินอยู่ปนกันไป ขณะนี้เศรษฐกิจม่ายดี #ทนายความตบทรัพย์สมบัติตำรวจ”

screenshot.1

screenshot.2

screenshot.3