ปิดตำนาน “ผาหัวสิงห์” ข้างหลัง อช.เขาค้อ ประกาศปิดสถานที่ดังที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมเปิดเผยก่อนหน้าที่ผ่านมาผาหัวสิงห์ไม่ได้ถูกกำหนดเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวของทางอุทยานฯ ซึ่งภายหลังขึ้นป้ายเตือนห้ามเข้าแล้ว ถ้าหากคนใดละเมิดจะถูกทำงานโดยชอบด้วยกฎหมาย

pha1

“ผาหัวสิงห์” ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเนิน อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาค้อ

ผาหัวสิงห์ มีลักษณะยอดเยี่ยมเนินยื่นออกไปจากแนวผา ถือเป็นจุดชมวิวซึ่งสามารถชมทิวทัศน์ ชมทะเลหมอก ได้เกือบรอบทิศทาง ที่สำคัญเป็นสามารถแลเห็นทิวทัศน์วิวของ “ภูเขาทับเบิก” สถานที่สำหรับท่องเที่ยวชื่อดังใน จังหวัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้อย่างงดงามกว้างไกล ก่อนหน้าที่ผ่านมาผาหัวสิงห์ จึงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

pha2

สำหรับทางขึ้นผาหัวสิงห์เป็นถนนลูกรัง นักท่องเที่ยวจะต้องขับขี่รถขึ้นไปจอดยังลานจอดที่ทางอุทยานฯ เขาค้อ กำหนด ต่อจากนั้นจึงเดินเท้าไปอีกไม่ไกลสู่จุดชมวิวไฮไลท์ที่ปลายยอดผา

อย่างไรก็แล้วแต่ด้วยความโด่งดังของผาหัวสิงห์ ที่มีนักท่องเที่ยวขึ้นไปเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้าที่ผ่านมาจึงมีคนบุกรุกขยายที่ดินสำหรับทำมาหากินเดิมขึ้นไปตั้งเต็นท์บ้านพักและก็สิ่งปลูกสร้างบดบังทัศนียภาพอันงามของผาแห่งนี้ จนกระทั่งเกิดเป็นกรณีดรามาในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง เมื่อตอนต้นเดือน กรกฎาคม ปี 2563 ซึ่งท้ายที่สุดทางกรมป่าไม้ได้ออกคำสั่งรื้อถอนเต็นท์ และก็สิ่งปลูกสร้าง บนยอดผาหัวสิงห์ เพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวบนนั้นแบบมีจิตสำนึก นับถือในกฎ ข้อตกลง

pha3
แต่ถ้าว่าล่าสุด…ผาหัวสิงห์ เกิดดรามาอีกรอบ จากกรณีมีนักท่องเที่ยวขับขี่รถขึ้นไปจอดบนยอด “ผาหัวสิงห์” จนกระทั่งเกิดหลักสำคัญดรามาที่มาพร้อมข้อวิจารณ์ ต่อว่าถึงความประพฤติปฏิบัติดังที่กล่าวมาข้างต้นว่า ไม่เหมาะสม ไม่มีสำนึก เนื่องจากเป็นการละเมิดกฎข้อตกลงที่คนโดยมากเข้าใจกันอยู่ว่า ห้ามนำรถยนต์ขับขึ้นไป เนื่องจากเป็นทางเดินเท้าและก็พื้นที่สุ่มเสี่ยง ซึ่งอาจประสบอุบัติเหตุมีอันตราย อีกทั้งยังเป็นเป็นความประพฤติปฏิบัติที่อาจจะก่อให้นักท่องเที่ยวรายอื่นๆกระทำตาม

ทำให้ต่อจากนั้นทางอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ได้จบดรามาดังที่กล่าวมาข้างต้นเมื่อวันที่ 15 เดือนพฤษภาคม 64 ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยทางอุทยานฯ เขาค้อ ได้กล่าวมาว่า จากกรณีที่มีนักท่องเที่ยวบางคนขับขี่รถขึ้นไปจอดบริเวณจุดชมวิวผาหัวสิงห์ การกระทำดังที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าอันตรายอย่างยิ่ง โดยยิ่งไปกว่านั้นช่วงฝนตก ทางค่อนข้างลื่น ประกอบกับพื้นที่บนผาหัวสิงห์เป็นลานดินแคบ และก็บริเวณโดยรอบเป็นผาสูงชัน

pha4

ด้วยเหตุนั้นเพื่อให้มีความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ทางอุทยานฯ เขาค้อ จึงปิดผาหัวสิงห์เพื่อคุ้มครองปกป้องปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้น พร้อมกับขึ้นป้ายเตือน “อันตรายผาสูงชัน” และก็ป้าย “ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต” ไว้บริเวณทางขึ้น “ผาหัวสิงห์” เนื่องมาจากพื้นที่บริเวณดังที่กล่าวมาข้างต้น มีภาวะพื้นที่เป็นลานดินแคบ บริเวณโดยรอบเป็นผาสูงชัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและก็อันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้ ถ้าหากมีคนใดกันละเมิดทางสวนเขาค้อ จะทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป

ยิ่งไปกว่านี้ “นายประสาน เอียดสังข์” หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาค้อ ยังออกมากล่าวมาว่า บริเวณ “ผาหัวสิงห์” ไม่ได้กำหนดเป็นสถานที่สำหรับท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ จึงไม่ได้จัดข้าราชการมาปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและก็รักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งข้าราชการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาค้อที่ ขค.2 (น้ำเพียงดิน) ซึ่งอยู่ในพื้นที่ดังที่กล่าวมาข้างต้น เป็นหน่วยที่ปฏิบัติการลาดตระเวนเพื่อป้องกันพื้นที่อุทยานแห่งชาติเป็นหลัก

pha5
ทั้งนี้ข้างหลังทาง อช.เขาค้อ ได้ทำการปิดผาหัวสิงห์ ทางเพจ “ท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติ” ก็ได้ออกมาโพสต์เนื้อความเกี่ยวกับกรณีดังที่กล่าวมาข้างต้น ว่า

‼ เนื่องจากเพียงขาด ความสำนึก ตรึกถูก-ไม่ถูก
จึงถูกปิด เป็นตำนาน แค่ผ่านมองเห็น

เนื่องจากเป็นเพียง แค่ความอยาก พวกกากเดน

จึงแปลงเป็น เพียงตำนาน เล่าขานเอย
⛔ ปิดตำนาน ผาหัวสิงห์
โดย ข้าราชการ อุทยานแห่งชาติเขาค้อ สำนักบริหารพื้นที่สงวนที่ 11(พิษณุโลก)

และก็นี่ถือได้ว่าเป็นการจบดรามาไปพร้อมๆกับการปิดตำนานผาหัวสิงห์ หนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งนี่นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างสำหรับนักท่องเที่ยวที่เห็นแก่ตัว ไม่มีสำนึก คึกคะนอง ทำอะไรตามใจตนเอง ไม่นับถือกฎข้อตกลง มรรยาททางการท่องเที่ยว ท้ายที่สุดสิ่งที่ตนเองทำลงไปนั้น ได้ทำความเสียหายแก่สาธารณะคนกลุ่มมาก นับเป็นการกระทำที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่างและก็น่าสะอิดสะเอียนไม่น้อยเลย

pha6

ถัดไปคนใดเข้าผาหัวสิงห์ก่อนได้รับอนุญาต จะทำงานโดยชอบด้วยกฎหมายถัดไป (ภาพที่เอามาจาก กรมอุทยานฯ)