ตอนวันที่ 14 ธ.ค. กูเกิล (Google) เสิร์ชเอนจินโด่งดังได้ทำ ดูเดิลอาร์ต (Doodle Art) บนหน้า Google Search ร่วมเฉลิมฉลองวันตำส้ม
เมื่อคลิกเข้าไปจะลิงก์กับวิกิพีเดียเนื้อหาสาระเกี่ยวกับ “ตำส้ม” กับเว็บ ตลอดจนบทความ วิดีโอที่เกี่ยวเนื่องขึ้นมาแสดง

ดังนี้ ย้อนกลับไปในวันที่ 14 ธ.ค. พ.ศ.2555 กรมผลักดันวัฒนธรรม ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ตำส้ม” เป็นมรดกความคิดด้านวัฒนธรรมของชาติ ร่วมกับของกินพื้นบ้านอีกหลายแบบ

แล้วจุดเริ่มตำส้มมาจากไหน ในบทความ “สืบที่มา “ตำส้ม” เมนูยอดฮิตเข้าจ.กรุงเทพฯ เมื่อไร คนเมืองกรุงยุคเก่ารับประทานตำส้มที่แห่งไหน” โดย ศิลวัฒนธรรม กำหนดไว้ตอนหนึ่งว่า

“ตำส้ม เป็นยอดเยี่ยมของกินโปรดของชาวไทย โดยเฉพาะบรรดาคุณสุภาพสตรี ตำส้มเป็นของกินที่มีรสชาติปานกลางมี เผ็ด เค็ม หวาน เปรี้ยว ครบทุกรส เมื่อรับประทานคู่กับไก่ย่าง ข้าวเหนียวรวมทั้งผักสด และก็นับว่าเป็นมื้อของกินที่มีคุณภาพดี ถึงขนาดดีมาก”
“เมื่อสืบเสาะถึงประวัติความเป็นมาของตำส้มก็มาจนด้วยปัญญา เพราะพวกเราจะพบกับชุดคำตอบว่า ก็ทำมาตั้งแต่ปู่ย่าตาทวดแล้ว… ตำราสอนการทำอาหารคนประกอบอาหารคนทำอาหาร ของ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ดวงอาทิตย์วงศ์ พิมพ์ทีแรกเมื่อ พ.ศ. 2451 (ในยุครัชกาลที่ 5) ไม่ปรากฏว่ามีสูตรของกินที่ชื่อว่าตำส้มเลยมีเพียงแค่ของกินที่ใกล้เคียงกัน แต่ว่าเพียงพอจะนับเนื่องได้ว่าคล้ายตำส้ม โดยใช้มะขามเป็นส่วนประกอบหลักในชื่อว่า ปูตำ ”

“แล้วชาวไทยมีของกินที่เรียกว่าตำส้มรับประทานกันบ้างหรือไม่ ในอดีตพวกเราก็มีตำราของกินที่เรียกว่าข้าวมันตำส้ม ปรากฏอยู่ในตำราสอนการทำอาหารเก่าๆเช่น ตำหรับเยาวภา ของ พระผู้เป็นเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเยาวภาพงศ์สนิท โดยมีส่วนประกอบสำคัญเป็นข้าวมันหุงด้วยกะทิ รวมทั้งตำส้มซึ่งใช้มะละกอเป็นหลักแต่ว่ามีส่วนผสมที่มากกว่าสูตรของคนอีสานเป็นมีกุ้งแห้งกับถั่วลิสงป่น รวมทั้งปรุงรสชาติแบบนุ่มนวลไม่จัดจ้า ค่อนข้างจะไปทางหวานนำ”

“เมื่อประมวลข้อมูลต่างๆเหล่านี้แล้วเพียงพอจะสรุปได้ว่า ตำส้มอย่างชาวอีสานรับประทานนี้มีมานานแล้ว รวมทั้งถูกเรียกในภาษาถิ่นว่า ตำส้ม โดยใช้ผักผลไม้ใดๆก็ได้ที่มีตามฤดูกาลแต่ว่าจะให้อร่อยก็จำเป็นต้องใช้มะละกอดิบ ถัดมาเมื่อเกิดการย้ายถิ่นย้ายถิ่นที่อยู่ของชาวอีสานเพื่อมาทำกินในจ.กรุงเทพฯ ก็เลยนำวัฒนธรรมการบริโภคติดตามมาด้วย จนเกิดความนิยมอย่างรวดเร็วในสังคมชาวกรุงเทพฯ”

somtum1

somtum2