ยี่ห้อหมีลุ้นนัดสุดท้าย! บาเยิร์นเอาเรื่องไล่เจ๊าแอตฯ มาดริด 1-1

โลส โคลโชเนรอส จำเป็นต้องลุ้นเข้ารอบในเกมท้ายที่สุดกับ ซัลซ์บวร์ก ข้างหลังโดนเสือใต้ที่เข้ารอบไปแล้วไล่ตีเสมอช่วงท้ายเกม บอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2020/21 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอ คู่ระหว่าง แอตเลติโก มาดริด เปิดสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโนต้อนรับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิค ยี่ห้อหมี ของ ดิเอโก สิเมโอเน อยากได้ 3 แต้มเพื่อยืนยันการเข้ารอบ เกมนี้จัดชุดใหญ่วางหมากมาในระบบ 4-4-2 นำโดย ซาอูล ญีเกซ , โกเก , ยานนิค การ์ราสโก , อังเคล กอร์เรอา รวมทั้ง เจา เฟลิกซ์ คู่หัวหอก ฝั่ง เสือใต้ ลอยลำเข้ารอบไปแล้วในฐานะแชมป์กลุ่ม เกมนี้ ฮันซี ฟลิคส์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลมอบโอกาสนักเตะสำรองรวมทั้งดาวรุ่ง นำมาโดย เลรอย ซาเน , ดักลาส คอสตา , จามัล มูเซียลา รวมทั้ง เอริค มักซ์ซิม ยกโป-โมติง นาทีที่ 26 เจ้าถิ่นมาได้ประตูนำก่อน จากจังหวะ มาร์กอส ยอเรนเต เพิ่มเติมเกมด้านขวาจนกระทั่งสุดเส้นข้างหลังก่อนเปิดหักกลับมาหน้าปากประตูให้ เจา เฟลิกซ์ ชิงจังหวะเข้าชาร์จ แอตฯ มาดริดนำ 1-0 เกมครึ่งแรกเป็นทางเจ้าถิ่นที่แม้ว่าจะครองบอลน้อยกว่านิดหน่อย แต่มีโอกาสทำประตูมากกว่าทำให้ จบ 45 นาที แอตฯ มาดริด 1 บาเยิร์น 0 ครึ่งหลังนาทีที่ 67 โฆเซ ฆิเมเนซ กองหลังคนสำคัญของยี่ห้อหมีเจ็บจนกระทั่งเล่นต่อไม่ไหวจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเอา เฟลิเป ลงมาเล่นแทน นาทีที่ 86 กลุ่มเยือนมาได้ลูกโทษที่จุดโทษจากจังหวะ เฟลิเป ไปสกัดขา โธมัส มุลเลอร์ ล้มลงรวมทั้งเป็น มุลเลอร์ ยืนขึ้นมาฆ่าเอง บาเยิร์นตีเสมอเป็น 1-1 ในตอนที่เหลือทั้งคู่กลุ่มทำอะไรกันเพิ่มมิได้ จบเกม แอตเลติโก มาดริด เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-1 แบ่งกันไปฝั่งละแต้ม ยี่ห้อหมี แข่ง 5 นัด มี 6 คะแนน จำเป็นต้องลุ้นเข้ารอบเกมท้ายที่สุดในเกมกับ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ส่วนเสือใต้แข่ง 5 นัด มี 13 คะแนนรั้งอันดับ 1 ของตาราง รายนาม 11 ตัวจริงของทั้งคู่กลุ่ม แอตเลติโก มาดริด (4-4-2) :…

เชซุสเซ็งโดนยึดสกอร์! แมนซิตี้บุกเจ๊าปอร์โต้ จูงเข้ารอบ16กลุ่มชปล.

“เรือใบสีฟ้า” แม้ว่าจะเข้ารอบไปสุดแท้แต่เกมนี้จัดทัพใหญ่บุกมาโหมใส่เจ้าถิ่น ปอร์โต้ แบบไม่ยั้งมือ ก่อนที่จะทำอะไรกันไม่ได้ จบแบบไร้สกอร์ 0-0 ในขณะที่ กาเบรียล เชซุส ยิงเข้าไปสุดแท้แต่โดน VAR ยึดสกอร์คืน ทำให้ ปอร์โต้ ได้แต้มสำคัญยืนยันตามแมนฯซิตี้ เข้าไปเล่นในรอบน็อคเอาท์ต่อไป ครึ่งแรก จังหวะลุ้นของ “เรือใบสีฟ้า” จำต้องคอยถึงนาที 22 หลัง ฟิล โฟเด้น พนันบอลให้ เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดเข้าไปยิงติดบล็อคของ อกุสติน มาร์เคซิน นายด่านเจ้าถิ่นที่ออกมาเร็ว แต่ว่าจังหวะนี้ ตอร์เรส ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทั้งสองกลุ่มแทบหาจังหวะยิงจะๆไม่ได้เลยสักครั้ง นาที 35 กลุ่มเยือนอาจได้ได้ลุ้นขึ้นนำอีก จังหวะนี้เป็น ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงตัดเข้ากึ่งกลางแล้วเปิดแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน บอลพุ่งจะเลยเส้นประตูอยู่สุดแท้แต่ ยังไปติดแนวรับปอร์โต้เคลียร์ออกมาจวนเจียน “เรือใบสีฟ้า” เจาะไม่เข้าจำต้องลุ้นจากนอกกรอบ นาที 43 เฟร์ราน ตอร์เรส ทดลองซัดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็บินออกไปไกล จบครึ่งแรกชนิดยังยิงกันไม่ตรงกรอบ ปอร์โต้ ยังเสมอกับ แมนฯซิตี้ 0-0 กลับมาบู๊ต่อในครึ่งหลัง นาที 51 เจ้าบ้านได้ลุ้นจากจังหวะยิงไกลของ แซร์โจ้ โอลิเวยร่า นอกกรอบบอลพุ่งแรงแต่ยังไปตรงตัว เอแดร์ซอน โมราเอส ซึ่งนับเป็นจังหวะยิงเข้ากรอบหนแรกของเกมนี้อีกด้วย นาที 54 “เรือใบสีฟ้า” ได้ฟรีคิกหน้ากรอบกว่า 25 หลา ก่อนที่จะเป็น โอเล็กซานเดร์ ซินศาสนาเชนโก้เก๋ รับหน้าที่วิ่งมาปั่นผ่านกำแพงแต่บอลยังพุ่งไปเข้าซองของ มาร์เคซิน นาที 59 ผู้ร่วมทีมของ เป๊ป ปลดปล่อยนาทีทองขึ้นนำหลุดไปอีกหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง เอาชนะ มาล็องก์ ซาร์ หลุดเข้าไปดวลผู้เดียวแต่ยิงไปติดตัวของ อกุสติน มาร์เคซิน นาที 70 แมนฯซิตี้ พลาดขึ้นนำอีกหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง ตวัดยิงเสาแรกบอลผ่านมือ มาร์เคซิน ไปเสาสอง โรดรี้ บากบั่นพุ่งชาร์จแต่กลายเป็นเกี่ยวบอลมาให้ เฟร์ราน ตอร์เรส ซัดด้วยขวาจ่อๆไปติดมือนายด่านปอร์โต้อย่างเกินจริง ทัพเรือใบยังโหมบุกอย่างหนัก นาที 76 ชูเอา กานเซโล่ ครอสไปให้ แบร์ที่นาร์โด ซิลวา กดด้วยซ้ายเน้นย้ำๆบอลพุ่งไปติดเซฟของ อกุสติน มาร์เคซิน ออกหลัง แต่แล้ว นาที 81 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่ายบอลเข้าซุกก้นตาข่ายหลัง แบร์ที่นาร์โด ซิลวา เปิดด้วยซ้ายไปให้ กาเบรียล เชซุส ตัวสำรองที่เพิ่งจะลงมากระแทกไปติดมือ มาร์เคซิน ก่อนที่จะตามซ้ำเข้าไปง่ายๆแต่ว่าผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจากห้อง VAR ว่าเป็นจังหวะที่ ชูเอา กานเซโล่ ล้ำหน้าไปก่อนทำให้ชวดได้ประตูขึ้นนำ จบเกม ปอร์โต้ เปิดบ้านเสมอกับ แมนฯซิตี้ แบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งแต้มกันไปทำให้ ปอร์โต้ ตาม “เรือใบสีฟ้า” ที่เป็นแชมป์กลุ่มเข้ารอบไปเล่นในรอบ 16 กลุ่มท้ายที่สุดแน่ๆแล้ว รายชื่อผู้เล่นทั้งสองกลุ่ม ปอร์โต้ (5-3-2)…

แก๊งเด็กลิเวอร์พูล ร่วมสร้างสถิติน่าสนใจ เกม ชปล. เฉือนชนะ อาแจกซ์

ควิวีน เคลเลเฮอร์, เคอร์ติส โจนส์ และ เนโก วิลเลียมส์ ร่วมสร้างสถิติน่าสนใจในเกมที่ ลิเวอร์พูล สยบ อาแจกซ์ เข้ารอบในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วันที่ 2 ธ.ค. 63 ควันหลงฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ 5 กรุ๊ปดี ซึ่ง ลิเวอร์พูล ส่งดาวรุ่งผสมกับตัวหลัก ก่อนเปิดบ้านเชือดชนะ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม 1-0 จากประตูชัยของ เคอร์ติเตียนส โจนส์ ในนาทีที่ 58 ทำให้ “หงส์แดง” มี 12 คะแนน ห่างจาก อตาลันตา ชั้น 2 ที่ทำเป็นเพียงแค่เสมอ มิดทิลแลนด์ 1-1 อยู่ 4 คะแนน ตอนที่เหลือแค่ 1 นัด รับประกันเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กรุ๊ปแน่นอนแล้ว เกมนี้ 3 ดาวรุ่งอย่าง ควิวีน เคลเลเฮอร์ ผู้รักษาประตูชาวไอร์แลนด์ วัย 22 ปี, เคอร์ติเตียนส โจนส์ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ วัย 19 ปี รวมทั้ง เนโก วิลเลียมส์ ตัวบุกปีกขวาชาวเวลส์ วัย 19 ปี จัดว่ามีส่วนสำคัญกับการคว้าชัยของ ลิเวอร์พูล โดย เคลเลเฮอร์ โชว์ฟอร์มเซฟลูกยากๆได้บ่อย รวมทั้งยังคงใช้เท้าเล่นกับลูกฟุตบอลก้าวหน้า ในขณะที่ วิลเลียมส์ ก็เป็นคนเปิดให้ โจนส์ ทำแต้มตัดสินเกม สำหรับสถิติที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นจากทั้ง 3 คน มีดังนี้ ประตูชัยของ ลิเวอร์พูล ถือเป็นทีแรกในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก สำหรับทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ดาวรุ่งอายุไม่เกิน 20 ปีมีส่วนร่วมกับการได้ประตูโดยตรง ซึ่ง เนโก วิลเลียมส์ คนเปิดบอล (แก่ 19 ปี 232 วัน ส่วน เคอร์ติเตียนส โจนส์ ผู้ที่ทำประตูแก่ 19 ปี 306 วัน) เคอร์ติเตียนส โจนส์ เปลี่ยนเป็นดาวรุ่งอายุไม่เกิน 20 ปี คนที่ 3 ของ “หงส์แดง” ที่ใส่สกอร์ได้ใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ต่อจาก ดาวิด เอ็นก็อก ในปี 2008…

“เลเวอร์คูเซน” หยุดสถิติชนะ 5 เกมรวด เจ๊าแฮร์ธาฯ 0-0 ชวดรองจ่าฝูง

“ห้างขายยา” ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน หยุดสถิติชนะรวดไว้เพียงแต่ 5 เกม เสมอ “หญิงสูงอายุ” แฮร์ธา เบอร์ลิน 0-0 ศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน วันอาทิตย์ที่ 29 เดือนพฤศจิกายน ศึกบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดหมายที่ 9 ของฤดู 2020-21 ณ สนาม ไบ อารีท้องนา ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซน (ชั้น 4 : 8…

VARออกฤทธิ์!! สิ่งที่อยากบอกหลังลิเวอร์พูลเสีย2แต้ม

2 ประตูของ ลิเวอร์พูล ถูก VAR ยึดคืน ก่อนที่จะ VAR จะบรรจงมอบจุดโทษที่ 2 ให้ ไบรท์ตัน ตีเสมอซะแบบงั้น !!! 1. พบร์เก้น คล็อปป์ จัดทีมแบบไม่เต็มดูดสักเท่าไหร่ในระบบ 4-2-3-1 โดย โฌแอล มาติ๊ป ดันมาหายตัวไปอีกคนจนจำต้องเอาดาวรุ่งอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กับ แน็ตต์ ฟิลลิปส์ ลงตัวจริง ทาคูมิ มินามิโนะ ได้ลงในตำแหน่ง ‘หน้าต่ำ’ เพื่อ โรกางร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นหน้าเป้า ประชิดด้วย โม ซาล่าห์ รวมทั้งดิโอโก โชต้าส่วน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับ ซาดิโอ มาเน่ ถูกขังไว้ในซุ้มม้านั่งสำรองก่อน แม้ว่าจะไม่สมประกอบ แต่ด้วยคุณภาพรวมทั้งมาตรฐานที่สูงกว่าก็คงจะ ‘เอาอยู่’ ครับ ว่าแล้วพลพรรคหงส์ก็เริ่มต้นในช่วง 10 นาทีแรกได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด 2. ไบรท์ตัน เป็นทีมที่เล่นได้แบบ ‘มีทรง’ อยู่แล้วครับ โดยจะใช้การเซ็ตบอลจากในแดนตนเองพลางต่อบอลรวมทั้งทำชิ่งกันฟาดฟันกับคู่ต่อสู้ หลังตั้งหลักได้ พวกเขาก็เริ่มครองบอลได้มากขึ้น ก่อนใช้จังหวะหยาบ ดังเช่นว่าการวางตัดหลังแบ็คเข้าโจมตี ลิเวอร์พูล ที่แนวรับดูหละหลวมๆรวมทั้งมีช่องว่างเข้าเล่นงาน เจ้าถิ่นเล่นกันได้ดีอย่างยิ่งจริงๆ การรับจ่ายบอลแม่นทั้งยังสั้นรวมทั้งยาว แต่ปัญหาที่อยู่คู่ทีมนวลนางแดนใต้มาตลอดคือปราศจากความเด็ดขาด บ่อยครั้งที่เล่นดีได้โอกาสแล้วดันปลดปล่อยให้ผ่านไปในอวกาศ ขนาดได้จุดโทษ รวมทั้งได้โอกาสขึ้นนำก่อน ยังอุตส่าห์เอามันไปเขวี้ยงทิ้งลงโถส้วมเลยนะครับคุณ 3.เวลาเดียวกันมันเป็นเกมที่ ลิเวอร์พูล เล่นได้ต่ำลงมากยิ่งกว่ามาตรฐานของตัวเอง แบ็คขวาอย่าง เนโก วิลเลี่ยมส์ กลายเป็นข้อด้อย แดนกึ่งกลางก็เคลื่อนเกมไม่ถนัดนัก มินามิโนะ ในตำแหน่งเลข 10 ก็ปกติเกินความจำเป็น ไม่มีทีเด็ด เกมรุกดูอืดๆรวมทั้งปราศจากความดุเดือด แถมหาจังหวะจบสกอร์ได้น้อยไปหน่อย อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่เฉียบคมของ ไบรท์ตัน ทำให้พวกเขาถูกลงโทษ ด้วยเหตุว่าได้โอกาสแล้วทำไม่ได้เอง ในที่สุดเสียประตูให้ลิเวอร์พูลจนได้ 4. เมื่อ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มกันได้ไม่งามสักเท่าไหร่ แต่เกมรุกของเจ้าของบ้านก็ไม่มีประสิทธิ์ภาพเพียงพอ แต่ใครกันแน่จะไปทราบว่า VAR จะแผลงฤทธิ์ !!! จุดโทษของ ไบรท์ตัน มาจากจังหวะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ไปหวดเท้าของ แดนนี่ เวลเบ็ค เท่าที่เห็นจากภาพช้า นักฟุตบอลที่เด็กหงส์เรียกว่า ‘ร็อบโบ้’ ไม่ได้เจตนาทำฟาวล์อย่างแน่นอน มิซ้ำในจังหวะนั้น ‘ท่านพระอิศวร’ ก็ไม่น่าจะครองบอล หรือเกี่ยวบอลไปพบจังหวะทำประตูได้ซะด้วย ตามคอมม่อนเซ้นส์ – ไม่น่าจะเป็นจุดโทษครับ ไหมให้ก็คงจะไม่มีใครว่า แต่ผู้ผดุงความเป็นธรรมอย่าง VAR กลับไม่ยอมปลดปล่อยผ่าน แล้วให้ผู้ตัดสินไปดูเองอีกที ผมก็ดูเสมือนเด็กหงส์โดยมากนั่นแหละนะครับว่าไม่น่าจะเป็น ‘จุดโทษ’ นะ…

กินกันไม่ลง! สเปอร์สบุกกระทั่งถึงเชลซีไร้สกอร์ แซงลิเวอร์พูลนำผู้นำฝูง

“ดาร์บี้แมตช์ลอนดอน” ลงเอยด้วยการแบ่งแต้มกันไปแบบไร้สกอร์ ข้างหลัง เชลซี แม้ว่าจะเป็นไปได้มากกว่าแม้กระนั้นเจาะ สเปอร์ส ไม่เข้าก่อนจบด้วยการเท่ากันไป 0-0 นำมาซึ่งการทำให้ “ไก่เดือยทอง” มี 21 แต้มพอๆกับ ลิเวอร์พูล แม้กระนั้นลูกได้เสียดียิ่งกว่าทำให้แซงขึ้นนำจ่าฝูง ส่วน “สิงห์บลูส์” รั้งชั้น 3 มี 19 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 29 เดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมาเป็น “ลอนดอนดาร์บี้” ระหว่างเจ้าถิ่น เชลซี จัดการ สเปอร์ส ซึ่งเกมนี้แม้ทีมใดคว้าสามแต้มได้จะแซง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจ่าฝูงโดยทันที แฟร้งค์ แลมพาร์ด จัดสามหน้าอีกทั้ง ฮาคิม สิเย็ค, แทมมี่ อับราฮัม แล้วก็ ติเตียนโม แวร์เนอร์ ส่วนทางฝั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ มี แฮร์รี่ เคน หน้าเป้าแล้วก็ให้ สตีเว่น เบิร์กไวจ์น, ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ แล้วก็ดื้อรั้น ฮึง-มิน ปั้นเกมช่วยเหลือ เริ่มเกมมาไม่ถึง 2 นาที “สิงห์บลูส์” ได้ทักทายก่อนเลย ข้างหลัง ฮาคิม สิเย็ค ตะบันนอกกรอบบอลพุ่งแรงแม้กระนั้นยังไปเข้ามือ อูโก้ โยริส นาที 9 “ไก่เดือยทอง” เกือบจะชิงขึ้นนำไปหลังหรือก่อนบอลสวนกลับขึ้นมาถึง เรกีล่อน ฝากเข้ากึ่งกลางให้ แฮร์รี่ เคน ก่อนแทงเร็วถึง สตีเว่น เบิร์กไวจ์น แต่งเข้าขวาแม้กระนั้นซัดบินคานไปแบบได้เสียว อีกสองนาทีต่อมา เมสัน เมาท์ พนันบอลให้ ติเตียนโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปซัดหนีมือ อูโก้ โยริส แทรกเสาเข้าไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินไม่ให้ประตูเนื่องด้วย แวร์เนอร์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า นาที 15 สเปอร์ส ได้ลุ้นอีกข้างหลัง แซร์ช โอริเย่ร์ กดด้วยขวาสุดแรงเกิดนอกกรอบ แม้กระนั้นบอลยังไม่ห่างตัว เอมองอาร์ เมนดี้ ที่พุ่งปัดออกไปได้ นาที 29 เป็นช่องทางของ เมสัน เมาน์ท รับบอลจาก ก็องเต้ ก่อนเลี้ยงเข้าหน้ากรอบล็อคหนี มูสซ่า สิสโซโก้ ก่อนกดด้วยซ้ายบอลพุ่งสูงเลยคานออกไป ไม่ถึงนาทีต่อมา สเปอร์ส โต้ตอบขึ้นมาก่อนได้ฟรีคิกกว่า 25 หลานอกกรอบแม้กระนั้น แฮร์รี่ เคน ปั่นผ่านกำแพงหลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น ด้านหลังเกมช่องทางเป็นของเจ้าของบ้านมากกว่า นาที 36 โจ โรดอน โขกบอลทิ้งมาเข้าทาง เบน ชิลเวลล์ แม้กระนั้นอดีตกาลฟูลแบ็กเลสเตอร์วอลเลย์ด้วยขวาหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง จบครึ่งแรก ยังทำอะไรกันไม่ได้ เชลซี เสมอกับ สเปอร์ส แบบไร้สกอร์ 0-0 ช่วงหลัง เจ้าของบ้านโหมบุกอย่างหนัก นาที 48 รีซ เจมส์ ครอสมาให้ แทมมี่ อับราฮัม โขกหลุดกรอบ แล้วอีก 3 นาทีต่อมา อับราฮัม สบโอกาสซัดหน้ากรอบอีกรอบแม้กระนั้นบอลก็หลุดกรอบออกไปแบบหมดลุ้น นาที 65 มูรินโญ่ แก้เกมด้วยการส่ง โจวานนี่ โล เซลโซ่ มาเล่นแทน ต็องกี เอ็นด็อมเบเล่ ก่อนนาที 74 แลมพาร์ด จะถอดเอา ติเตียนโม แวร์เนอร์ ออกแล้วส่ง คริสเตียน พูลิสิช ลงเล่นแทน นาที 81 เป็นช่องทางส่องเข้ากรอบหนแรกของช่วงหลังทั้งสองทีม แล้วก็เกือบจะเป็นประตูขึ้นนำของเจ้าถิ่น ข้างหลัง เมสัน เมาน์ท ลากตัดเข้าหน้ากรอบก่อนตะบันด้วยขวาย้ำๆบอลพุ่งจะเสียบเสาอยู่แล้วแต่ อูโก้ โยริส จะไวพุ่งบินปัดปลายมือออกไป…

เปิด 4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม “แมนยูฯ” รวมพลังบุกฝัง “เซาแธมป์ตัน”

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาแซงชนะ เซาแธมป์ตัน ไปแบบสุดมัน และนี่คือ 4 สิ่งที่ได้เห็นจากเกมนี้ 1.โซลชาร์ขอมา-คาวานีจัดให้ เกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกอยู่ภายใต้เหตุการณ์อันเหนื่อยยากภายหลังโดน เซาแธมป์ตัน ยิงนำไปก่อนในครึ่งแรกถึง 2-0 อย่างไรก็ดี จำต้องชื่นชอบการแก้เกมอันเร็วทันใจของ โอเล…

โฟเด้นกดชัย! แมนซิตี้บุกทุบโอลิมเปียกอส เฮ4นัดรวดลิ่ว16ทีมชปล.

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่พลาดสามคะแนนหลังบุกไปเอาชนะ โอลิมเปียกอส ทีมดังจากกรีซ 1-0 ฟิล โฟเด้น ซัดประตูชัย ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” ชนะรวด 4 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมคว้าตั๋วเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้ายสำเร็จ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา…

ฉลุยน็อคเอาท์! ชิรูด์โขกทดเจ็บเชลซีเฉือนแรนส์ 2-1

โอลิวิเยร์ ชิรูด์ โหม่งประตูช่วงทดเวลาพาเชลซีเฉือนชนะแรนส์ การันตีการเข้ารอบ 16 ทีมแน่นอนแล้ว LIVE UPDATE UCL : แรนส์ – เชลซี ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-2021 นัดหมายที่ 4 ของกลุ่มอี เป็นการเจอกันระหว่าง แรนส์ เปิดรังเหย้า รัวซง ปาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี ฌูเลียง สเตฟ็อง ที่ปรึกษาเจ้าบ้าน เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้สามผสานในแดนหน้าเป็น เฌเรมี โดคู, เซรู กีราสซี และก็ เจมส์ เลีย ซิลิกี ด้านกลุ่มเยือนของ แฟรงค์ แลมพาร์ด วางหมากมาในแผน 4-3-3 เหมือนกัน โดยใช้สามแนวรุกเป็น คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, แทมมี อับราฮัม และก็ ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์

5 หนังเข้าใหม่ เรียงคิวเข้าโรงหนัง ประจำเดือนพฤศจิกายน ปี 2020 ที่คอหนังต้องดู!

เผลอแป๊บเดียวก็เข้าสู่ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีในเดือนพฤศจิกายนกันแล้ว เดือนนี้มี หนังน่าดู เรื่องเด็ด รอให้ทุกคนตีตั๋วไปชมมากมาย มาดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้าง 5. The Witches แม่มดของโรอัลด์ ดาห์ล เรื่องราวในช่วงปี 1967 ของเด็กผู้ชายกำพร้าคนหนึ่ง (เล่นบทโดย จาห์ซีร์ คาดีม บรูโน่) ที่อาศัยอยู่กับคุณยายผู้เป็นที่รัก (เล่นบทโดย อ็อคเทเวีย สเปนเซอร์) แม้กระนั้นชีวิตพวกเขากลับแปรไปเมื่อเด็กน้อยถูกหลอกไปยังคฤหาสน์แสนสวยแห่งหนึ่ง แล้วได้พบกับแม่มดสาวสวยสุดไฮโซ (เล่นบทโดย แอนน์ แฮทธาเวย์) ผู้กำลังรวบรวมผองเพื่อนแม่มดของคุณมารวมตัวกันทำกลยุทธ์เลวร้ายที่ยากเกินคาดเดา 4.Freaky สลับร่างฆ่า ล่าป่วนเมือง เรื่องราวการสลับร่างของเด็กผู้หญิงวัยรุ่นกับฆาตกรโรคจิต มิลลี่ เคสส์เลอร์ สาววัย 17 ปี จากโรงเรียนมัธยมศึกษาบลิสฟิลด์ คุณกำลังเอาชีวิตรอดจากความโหดเหี้ยมของเหล่าคนมีชื่อเสียงในสถานศึกษา แม้กระนั้นเมื่อคุณเปลี่ยนเป็นจุดมุ่งหมายใหม่ของคนเชือดเนื้อสัตว์ ฆาตกรโรคจิตในเมืองที่คุณอาศัยอยู่ การเป็นเด็กนักเรียนม.…